ปัญญาประดิษฐ์ทำงานอย่างไร

ปัญญาประดิษฐ์ทำงานอย่างไร

ปัญญาประดิษฐ์ทำงานอย่างไร โดย Artificial Intelligence (AI) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นคำศัพท์ใหม่ ในโลกแห่งเทคโนโลยี ที่ได้ถูกกำหนดให้มีการเปลี่ยนวิธีการทำงานของคนรุ่นใหม่ หรือรุ่นต่อ ๆ ไปในอนาคต

แต่ AI คืออะไร และ AI ทำงานอย่างไร? หลายคนคงอาจจะยังไม่รู้ และไม่เข้าใจอย่างถี่ถ้วน แต่ก็มีหลายคนที่กำลังอาจจะโต้ตอบกับ AI เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว รวมถึงสมาร์ทโฟน ไปจนถึงแชทบอท AI นั้น ได้แพร่หลายในหลาย ๆ ด้าน ในชีวิตของประจำวันของเราอยู่แล้ว

และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น หรือการใช้ AI ที่เพิ่มขึ้น ในพื้นที่องค์กร ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ตลาดงานกำลังร้อนขึ้นสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้าน AI อย่างไร และ AI น่าจะเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าที่น่าตื่นเต้นที่สุด ที่เรากำลังประสบในฐานะมนุษย์ ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ กับการสร้างเครื่องจักรอัจฉริยะที่ทำงาน และตอบสนองเหมือนมนุษย์นั่นเอง

ประเภทของ AI

1. Reactive Machines หรือ เครื่องตอบสนอง

ซึ่ง AI ประเภทนี้ มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างแท้จริง และไม่มีความสามารถในการสร้าง ‘ความทรงจำ’ หรือใช้ ‘ประสบการณ์ในอดีต’ ในการตัดสินใจ เครื่องจักรเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำงานเฉพาะ ตัวอย่างเช่นเครื่องชงกาแฟ ที่ตั้งโปรแกรมได้ หรือเครื่องซักผ้าที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เฉพาะ แต่ไม่มีหน่วยความจำ

2. Limited Memory AI หรือ AI หน่วยความจำจำกัด

โดย AI ประเภทนี้ ใช้ประสบการณ์ในอดีต และข้อมูลปัจจุบันในการตัดสินใจ หน่วยความจำที่จำกัด หมายความว่า เครื่องจักรไม่ได้มีแนวคิดใหม่ ๆ พวกเขามีโปรแกรมในตัวที่เรียกใช้หน่วยความจำ ทำการเขียนโปรแกรมใหม่ เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงในเครื่อง ดังกล่าว รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองเป็นตัวอย่างของ AI ที่มีหน่วยความจำ จำกัด

3. Theory of Mind หรือ ทฤษฎีของจิตใจ

เครื่องจักร AI เหล่านี้ สามารถเข้าสังคม และเข้าใจอารมณ์ของมนุษย์ และจะมีความสามารถในการเข้าใจผู้อื่นโดยพิจารณาจากสภาพแวดล้อมลักษณะใบหน้าเป็นต้นเครื่องที่มีความสามารถดังกล่าว ยังไม่ได้รับการพัฒนา มีงานวิจัยมากมายที่เกิดขึ้นกับ AI ประเภทนี้

4. Self-Awareness หรือ การตระหนักรู้ในตนเอง

นี่คืออนาคตของ AI โดย เครื่องจักรเหล่านี้ จะฉลาดมาก มีความรู้สึก และมีสติ พวกเขาสามารถตอบสนองได้มากเหมือนมนุษย์ แม้ว่าพวกเขาจะมีคุณลักษณะของตัวเองก็ตาม

Implementing AI หรือ การเรียนรู้ของเครื่อง

เป็นการเรียนรู้ของเครื่อง ที่ช่วยให้ AI สามารถเรียนรู้ได้ ทำได้โดยใช้อัลกอริทึมเพื่อค้นหารูปแบบ และสร้างข้อมูลเชิงลึก จากข้อมูลที่พวกเขาเปิดเผย

Deep Learning หรือ การเรียนรู้เชิงลึก

การเรียนรู้เชิงลึก ซึ่งเป็นหมวดหมู่ย่อยของการเรียนรู้ของเครื่อง ทำให้ AI มีความสามารถในการเลียนแบบเครือข่ายประสาทของสมองมนุษย์ อาจทำให้เข้าใจถึงรูปแบบเสียงรบกวน และแหล่งที่มาของความสับสนในข้อมูล

การแยกภาพประเภทต่าง ๆ โดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก เครื่องจะผ่านคุณสมบัติต่าง ๆ ของภาพถ่าย และแยกความแตกต่าง ด้วยกระบวนการ ที่เรียกว่า การแยกคุณลักษณะ ตามคุณสมบัติของภาพถ่ายแต่ละภาพ เครื่องจะแยกภาพเหล่านั้นออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เช่น แนวนอนของภาพบุคคล หรืออื่น ๆ

ปัญญาประดิษฐ์ทำงานอย่างไร

AI ทำงานอย่างไร 

แอปพลิเคชัน AI ทั่วไป ที่เราเห็นในปัจจุบัน คือ การสลับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านโดยอัตโนมัติ เมื่อคุณเข้าไปในห้องมืด เซ็นเซอร์ในห้องจะตรวจจับการมีอยู่ของคุณ และเปิดไฟ นี่คือตัวอย่างของเครื่องที่ไม่ใช่หน่วยความจำ โปรแกรม AI ขั้นสูงบางโปรแกรม ยังสามารถทำนายรูปแบบการใช้งานของคุณและเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนที่คุณจะให้คำแนะนำอย่างชัดเจน

โปรแกรม AI บางโปรแกรมสามารถระบุเสียงของคุณ และดำเนินการตามนั้นได้ หากคุณพูดว่า“ เปิดทีวี” เซ็นเซอร์เสียงบนทีวี จะตรวจจับเสียงของคุณ และเปิดขึ้น ด้วยดองเกิลของ Google และ Google Home Mini คุณสามารถทำสิ่งนี้ได้ทุกวัน และยังช่วยสอนปัญญาประดิษฐ์ในกรณีการใช้ AI ในการดูแลสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม AI มีกรณีการใช้งานที่น่าทึ่งมากมาย จากการประยุกต์ใช้ AI ในด้านการดูแลสุขภาพ คำแถลงปัญหา คือ การทำนายว่าบุคคลนั้น เป็นโรคเบาหวานหรือไม่ ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับผู้ป่วย ถูกใช้เป็นข้อมูลสำหรับกรณีนี้ ซึ่งข้อมูลนี้อาจรวมถึง จำนวนการตั้งครรภ์ (ถ้าเป็นหญิง) ความเข้มข้นของกลูโคส ความดันโลหิต อายุ  และระดับอินซูลิน เป็นต้น

Credit

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม