IoB คืออะไร

IoB คืออะไร

IoB คืออะไร โดย IoB ย่อมาจากคำว่า  Internet of Behavior ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวโน้มทางด้านเทคโนโลยี โดยการเกิดขึ้นของ Internet of Behavior ทำให้มีโอกาสมากขึ้นในการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ 

และนี่คือแนวโน้มที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า บริษัท ต่าง ๆ จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และบรรยากาศทางเศรษฐกิจของโลก นักวิเคราะห์มองเห็นวิธีต่าง ๆ ในการใช้ IoB ในธุรกิจการขาย การเงิน การประกันภัย และอื่น ๆ อีกมากมาย

ดังนั้นคำถามที่ว่าจะเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่จะนำกำไรมาสู่ บริษัท ได้อย่างไรจึงได้รับคำตอบจากแนวคิดของ Internet of Behavior ดังต่อไปนี้

Internet of Behavior คืออะไร ?

โดย Internet of Things (IoT) คือ การเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เข้ากับอินเทอร์เน็ต อีกในความหมายหนึ่งคือ Internet of Behaviors (IoB) คือ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้แกดเจ็ตเหล่านี้เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมความสนใจ และความชอบของผู้ใช้งาน ซึ่งข้อมูลสามารถใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการทำแผนตามพฤติกรรมของลูกค้า 

ซึ่งการศึกษาพฤติกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลนี้ ได้รับการประกาศครั้งแรก โดย Gote Nyman ในปี 2012 ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา ที่เกษียณแล้ว ที่มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ โดย ไนแมน เชื่อว่าการวิเคราะห์พฤติกรรมนี้ สามารถทำนายความตั้งใจของบุคคล และสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในโลกที่สามารถเชื่อมต่อกัน และ IoB ยังใช้งานง่ายในทางเทคนิค 

อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องยากมากในทางจิตใจ สถิติแสดงนิสัย และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของความต้องการของแต่ละบุคคล แต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยความหมาย และบริบทของชีวิตแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ และละเอียดมากไปกว่านี้

IoB มุ่งหวังที่จะทำความเข้าใจ และใช้ข้อมูลอย่างถูกต้อง เพื่อสร้าง และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ ซึ่งข้อมูลนี้ใช้เพื่อสร้างแนวทางใหม่ในการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพ ประสบการณ์การด้านการค้นหาและสร้าง รวมถึงการส่งเสริมสินค้า และบริการของบริษัทอีกด้วย

IoB มีความสำคัญอย่างไร ?

มีความสำคัญต่อองค์กรต่าง ๆ ซึ่งแต่ละองค์กรกำลังปรับปรุง ไม่ได้มีเพียงแต่ปริมาณของข้อมูลที่รวบรวมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิธีการผสมผสานข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ และการใช้งาน IoB จะยังคงมีอิทธิพลต่อวิธีการที่องค์กรมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน IoB สามารถรวบรวม และประมวลผลข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ที่สำคัญได้ เช่น

  • ข้อมูลลูกค้า
  • ข้อมูลพลเมืองที่ประมวลผลโดยหน่วยงานของรัฐ
  • สื่อสังคม
  • การจดจำใบหน้าที่เป็นสาธารณสมบัติ
  • การติดตามตำแหน่ง

IoB มีประโยชน์อย่างไร ?

  • สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อปิดการขาย และทำให้ลูกค้าพึงพอใจ
  • สามารถมาแทนที่แบบสำรวจลูกค้าได้หลายรายการ
  • สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้
  • สามารถศึกษาข้อมูลที่ไม่สามารถหาได้ เกี่ยวกับวิธีที่ลูกค้าโต้ตอบกับบริการสิ่งที่ดี และอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • สามารถทำความเข้าใจให้ดีขึ้นว่า ลูกค้ากำลังซื้อของอยู่ที่ไหน
  • สามารถให้การแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับจุดขาย และโฆษณาเป้าหมายได้

ซึ่งบริษัทต่าง ๆ ได้ทำการวิเคราะห์ ทดสอบ และใช้วิธีการอื่น ๆ เป็นเวลาหลายปี เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการสร้าง และโปรโมตผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ต้องการซื้อ โดยพฤติกรรมออนไลน์สามารถช่วยเพิ่มอุตสาหกรรมด้านการขายอย่างมาก และข้อมูลจะเป็นพื้นฐานสำหรับบริษัทต่าง ๆ ในการวางแผนสำหรับการพัฒนาการตลาด และการขาย 

IoB เกี่ยวกับโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ อย่างไร ?

ซึ่งจะมีข้อมูล และวัสดุใหม่ ๆ มากมายสำหรับนักการตลาดในการวิเคราะห์ เพื่อที่จะนำหน้าคู่แข่ง นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยให้ได้รับประโยชน์ และเพิ่มจำนวนลูกค้าที่พึงพอใจได้

Internet of Behavior จะช่วยในการศึกษาเส้นทางของลูกค้าทั้งหมด โดยการรวบรวมข้อมูลจากผู้ติดต่อหลาย ๆ จุด ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถค้นหาได้ว่าความสนใจของลูกค้าในผลิตภัณฑ์ หรือบริการเริ่มต้นที่ใด เส้นทางไหน และช่วงเวลาในการซื้อ ซึ่งวิธีนี้ จะสร้างจุดติดต่อกับลูกค้าร่วมกันมากขึ้น และค้นหาวิธีใหม่ ๆ ในการสื่อสารกับลูกค้า

โดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ และผู้ช่วยด้านเสียง เช่น Apple Siri, Amazon Alexa หรือ Google Home ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เครื่องมือค้นหาพยายามทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ แต่หน้าเว็บไซต์จะยังไม่ได้รับการประเมินโดยเนื้อหาคำหลักอีกต่อไป แต่จะเป็นภาษาธรรมชาติที่ใช้ ดังนั้นแนวทางในการทำ SEO ก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน

สิ่งที่ไม่คาดคิด คือ IoB สามารถตรวจจับ และมีอิทธิพลต่อรูปแบบพฤติกรรมของพนักงานได้ ระบบจดจำใบหน้า ให้ความปลอดภัยในสำนักงาน แต่ในทางกลับกัน จะเป็นตัวควบคุมพนักงานในที่ทำงาน และนอกสำนักงานอีกด้วย ดังนั้น Intel จึงใช้การจดจำใบหน้า เพื่อระบุพนักงาน และบุคคลที่อาจเป็นภัยคุกคาม และ PwC ได้เปิดตัวเทคโนโลยีสแกนใบหน้าเพื่อตรวจสอบพนักงานที่ทำงานจากที่บ้าน

บริษัท ต่างๆจะจ้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาพฤติกรรม และวิทยาศาสตร์ข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ และสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ ๆ

ภายในปี 2566 Garther คาดการณ์ว่า 40% ของประชากรโลกจะถูกติดตามแบบดิจิทัล มีผู้คนมากกว่า 3 พันล้านคน และภายในปี 2568 ประชากรมากกว่าครึ่ง จะเข้าร่วมในโครงการ IoB อย่างน้อยหนึ่งโครงการ

เนื่องจาก IoB เป็นส่วนเสริมของ IoT พวกเขาจะเติบโต และพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน อีกไม่กี่ปี IoB จะกลายเป็นระบบที่สามารถกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ในโลกดิจิทัล 

แต่แม้จะมีความสะดวกสบาย และประโยชน์ของการใช้ IoB แต่แนวโน้มนี้ จะทำให้เกิดคำถามมากมายตามมา รวมถึงคำถามที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของบริษัทต่าง ๆ จะต้องดำเนินโครงการให้ความรู้และความตระหนักในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น

IoB คืออะไร

อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์พัฒนาขึ้นก็เพื่อความสะดวกสบาย และพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ บนโลกทั้งนั้น IoB จะใช้ได้ผลมากน้อยเพียงใด เวลาจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นกัน